สายตากับคอมพิวเตอร์
อังคนา อัศวบุญญาเดช เรียบเรียง

                 คนทำงานยุคไอทีที่วันๆ ต้องนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์นานกว่า 3 ชั่วโมง หลายคนจะมีอาการกล้ามเนื้อตาล้า เบลอ หรือรู้สึกปวดกระบอกตา แสบตา ตาแดง น้ำตาไหล บางคนมีอาการปวดหัว รวมถึงอาการปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง คลื่นไส้ วิงเวียน อาการเหล่านี้ แม้จะไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ก็บั่นทอนคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานลงมากทีเดียว ดังนั้นผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ จึงควรถนอมสายตาให้ดี

อาการที่ตาถูกใช้งานอย่างหักโห

                 1. การมองเห็นสี หากลองมองไปที่อื่นหลังจากมองจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ จะรู้สึกว่าการมองเห็นสีนั้นยากขึ้น เกิดจากปริมาณของสีเคมีพิเศษที่อยู่ในจอตาหรือจอรับภาพลดลง อย่างไรก็ตาม นัยน์ตาจะสร้างสีให้เกิดใหม่ได้ในไม่ช้า หลังจากที่สีเคมีดังกล่าวหายไปชั่วขณะหนึ่ง

                 2. การมองเห็นภาพซ้อน มักพบได้บ่อยๆ การเห็นภาพซ้อนบางครั้งก็ไม่รู้สึกหรือไม่เกิดขึ้นโดยตรง แต่จะรู้สึกปวดหัวหรือเกิดอาการล้านัยน์ตา หากเห็นภาพซ้อนอยู่เรื่อยๆควรปรึกษาจักษุแพทย์

                 3. ปัญหาในการโฟกัส หากกล้ามเนื้อตาต้องถูกใช้งานอย่างหนัก การจ้องมองอยู่ที่โฟกัสเดิมเป็นเวลานาน ๆ ก็เป็นสาเหตุให้กล้ามเนื้อตาเกิดอาการล้าตึงเครียด และอาจทำให้สายตาหรือกล้ามเนื้อตาเสื่อมลง ทำให้ความสามารถในการกำหนดโฟกัสของสายตาแย่ตามไปด้วย

                 4. อาการปวดหัว เมื่อต้องใช้สายตาในการจ้องมองจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ อาจจะเกิดอาการปวดหัว คนที่สายตาสั้นจะปวดหัวและมีอาการเมื่อยล้านัยน์ตาได้ง่าย

วิธีการถนอมสายตาเมื่อต้องใช้คอมพิวเตอร์

                 1. ควรเลือกจอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำ เพื่อถนอมสายตา วิธีทดสอบง่าย ๆ ทำได้โดยลองปิดสวิตช์จอภาพ แล้วเอามือหรือแขนไปจ่อไว้ใกล้ ๆ จอภาพให้มากที่สุด จอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำจะแทบไม่รู้สึกถึงไฟฟ้าสถิตตามขนที่ผิว

                 2. การปรับแสงและความคมชัดของหน้าจอภาพให้รู้สึกสบายตา รวมทั้งความสว่างภายในที่ทำงาน ลดแสงสะท้อนรบกวนกับหน้าจอภาพ เพราะหากทำงานกับคอมพิวเตอร์ในภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้าและจอภาพมีความสว่างมากจะยิ่งส่งผลเสียต่อดวงตาได้ง่าย

                 3. ตำแหน่งของจอภาพ ควรห่างจากดวงตาประมาณ 18-24 นิ้ว หรือประมาณช่วงแขนเอื้อม และปรับให้ต่ำกว่าระดับสายตา ประมาณ 15-20 องศา

                 4. การใช้แผ่นกรองรังสีติดไว้ที่หน้าจอภาพ อย่างน้อยจะช่วยลดแสงจ้าจากจอลงได้บ้าง

                 5. ควรทำความสะอาดหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ เพราะฝุ่นจะทำให้เกิดการสะท้อนมากขึ้น

                 6. การหยุดพักจะช่วยให้สายตาคลายความเมื่อยล้าจากการเพ่งคอมพิวเตอร์ได้ การหยุดพักสายตาครั้งละ 15 นาทีทุก ๆ 2 ชั่วโมง โดยหลับตาหรือมองไปไกล ๆ ก็จะช่วยถนอมสายตาได้

                 7. อาจใช้ผ้าชุบน้ำหมาดวางไว้บนเปลือกตาและหลับตาสัก2-3 นาทีหรือนอนพักสักครู่

                 8. สำหรับผู้ใส่คอนแทคเลนส์ อาจเกิดอาการตาแห้งจากการขาดน้ำหล่อเลี้ยงเพราะห้องที่มีคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักมีเครื่องปรับอากาศอยู่ด้วย เมื่อมีความร้อนจากเครื่องคอมพิวเตอร์จะทำให้อากาศแห้ง การหยอดน้ำตาเทียมจะช่วยอาการตาแห้งได้

                 9. ควรกระพริบตาบ่อยครั้งกว่าปกติ เพื่อให้มีน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาอยู่เสมอ จะช่วยลดความอ่อนล้าของสายตา

                 10.ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์และมีอายุมากกว่า 40 ปี ขึ้นไปและใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ ควรตรวจสุขภาพตาประจำปีบ้าง

                 นอกจากนี้การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทิ้งเรื่องเครียด ๆ ไว้ที่ทำงาน ก็จะช่วยให้ร่างกายสดชื่น หายเหนื่อยเมื่อยล้าและ พร้อมสู้งานในวันถัดไป

ที่มา www.istupa.com