|

สุดยอดวิธีพักสายตากับคอมพ์ที่ใช้ได้ผลวิเศษสุด ๆ
คนเราส่วนใหญ่จะนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์มาก ๆ
มีบางครั้งล้าสายตาหรือปวดตา ทำให้เกิดการระคายเคือง
ตาอักเสบ วิธีการช่วยบรรเทาการปวดตา
1. หลับตา แล้วเกือกตาไปมา ซ้าย ขวา บน ล่าง
และหลับให้นิ้งประมาณ 5 นาที
2. ออกไปสูดอากาศหายใจจะได้ผ่อนคลายไปในตัว
3. มองดูอะไรก็ได้ที่เป็นสีเขียว เช่น ต้นไม้
สนามหญ้า ฯลฯ หรืออะไรก็ได้ ที่มองแล้วสบายหูสบายตา
วิธีนี้ส่วนมากใช้ได้ผล 70%
4. หาอุปกรณ์ เช่น แว่น ฯลฯ
เมื่อเทคโนโลยีมันก้าวมาถึงขีดที่คอมพิวเตอร์ซึ่งเคยแสนวิเศษ
กำลังจะกลายเป็นอุปกรณ์ธรรมดา ๆ
ที่จำเป็นต้องมีของทุกหน่วยงาน ทุกคนต้องใช้ได้ใช้เป็น
และเรากำลังหลงใหลได้ปลื้มกับความสามารถของคอมพิวเตอร์
จนลืมนึกถึงพิษภัยที่มันมากับคอมพิวเตอร์
แม้จะไม่ใช่ทางตรงทีเดียวกันก็ตาม
พิษภัยนี้มีไว้สำหรับท่านที่นั่งใช้อยู่หน้าจอเป็นประจำเท่านั้น
โดยเฉพาะท่านที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอเกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน
จากการนั่งทำงานเป็นประจำ
ผลกระทบต่อสุขภาพเบื้องต้นที่แน่ๆ ก็คือ ปวดหลัง ปวดไหล่
ต้นคอ และข้อมือ เกิดอาการเครียดที่ตา
เพราะขณะมองจอนั้นผู้ใช้มักไม่กะพริบตา
เป็นผลให้ตาขาดน้ำหล่อเลี้ยงเกิดอาการระคายเคืองได้
และอาการที่ตามมาคือตาพร่าและมองไม่เห็นชั่วคราว นอกจากนี้
ยังอาจมีอาการไมเกรนพ่วงมาด้วย
ปัญหาทางตาเป็นปัญหาที่น่าห่วงมาก
เพราะเมื่อตาเกิดความเครียดกล้ามเนื้อตา
จะบีบรัดเลนซ์ตาจนเกิดความเมื่อยล้า หมอจึงแนะนำว่า
ถ้าต้องใช้สายตาอยู่กับจอนานๆ ควรพักสายตาทุกสิบนาที
ด้วยการเปลี่ยนไปมองวัตถุที่อยู่ไกลออกไปสัก 20 ฟุต มองสัก
2-3 นาทีแล้วค่อยมองจอต่อ
จักษูแพทย์ได้แนะให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์นานๆ
ต้องพักสายตาให้มองไกลทุก 10 นาที
และท่านที่มีปัญหาสายตาสวมแว่นอยู่แล้วนั้น
ถ้าต้องมารับหน้าที่อยู่หน้าจอนานๆ
ควรมีแว่นตาเฉพาะสำหรับงานหน้าจอนี้ด้วยอีกอันหนึ่ง
ซึ่งแตกต่างไปจากแว่นตาที่ใช้ยามปกติ ส่วนจะแตกต่างอย่างไร
คงต้องปรึกษาจักษุแพทย์
และในขณะเดียวกันท่านเหล่านี้ควรได้รับการตรวจวัดสายตาเป็นประจำ
เพื่อให้ได้ขนาดเลนซ์ที่เหมาะสม
นอกจากนี้
เพื่อเป็นการถนอมสายตาที่ยังไม่มีปัญหา
ท่านไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่มีสีสว่างขณะนั่งหน้าจอ
เพราะสีของเสื้อจะไปทำให้เกิดแสงสะท้อนบนจอภาพได้
และแสงสะท้อนนี้แหละที่จะทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้ากว่าปกติ
และยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตาเมื่อยล้าได้คือ
ถ้าแสงจากจอสว่างน้อยกว่าแสงโดยรอบ
ข้อนี้ผู้จัดสำนักงานควรจะมีความรู้ด้วย
ทั้งหมดคงต้องเป็นหน้าที่ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์เองที่จะเป็นผู้รับผิดชอบสุขภาพของตนเอง
เพราะถ้าเกิดปัญหาสายตาขึ้น
จะไปเรียกร้องเงินทดแทนก็คงทำได้ยาก
ที่มา
นิตยสาร FWM |