|
การใช้ถ่านชาร์จ (Rechargeable Battery) (ตอนที่ 1)
ในยุคนี้เป็นยุคที่คนทั่วโลกเริ่มหันมาสนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น
และเกิดนวัตกรรมจำนวนมาก ที่ทำให้ สิ่งแวดล้อมของโลกดีขึ้น
เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า
ก็มักจะถูกออกแบบมาให้ใช้แหล่งพลังงาน
ประเภทที่หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้
โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พกพาติดตัว
จะมีแหล่งพลังงานที่เรียกว่าแบตเตอรี่
เป็นตัวให้พลังงานไฟฟ้า เช่น โทรศัพท์มือถือ
เครื่องเล่นเพลงแบบพกพา คอมพิวเตอร์แบบพกพา กล้องดิจิตอล
ฯลฯ
ซึ่งเป็นเครื่องใช้ที่มักจะใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานทำให้ต้องใช้พลังงานที่ค่อนข้างมาก
ถ้าแบตเตอรี่ เป็นแบบใช้แล้วทิ้ง
ก็จะทำให้ต้องใช้แบตเตอรี่เป็นจำนวนมาก
และจะทำให้ขยะบนโลกเพิ่มขึ้นอีก ยิ่งไปกว่านั้น
แบตเตอรี่บางประเภทก็เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมมากด้วย ใน MUCC
Newsletter ฉบับนี้จะขอกล่าวถึงแบตเตอรี่
ประเภทที่เราได้รู้จักกันมานานแล้วนั่นคือ แบตเตอรี่รูปทรง
กระบอกที่เราเรียกคุ้นปากกันว่า "ถ่านไฟฉาย" นั่นเอง
คงเป็นเพราะว่าแบตเตอรี่ชนิดนี้เริ่มนำมาใช้กับกระบอกไฟฉาย
และภายในตัวถ่านจะเป็นผงเคมีดำ ๆ คล้ายถ่าน
จึงเป็นที่มาของชื่อ "ถ่านไฟฉาย" เรื่องของขนาด (Size)
ถ่านไฟฉายที่นิยมใช้กันในบ้านเรามีหลายขนาดด้วยกัน ได้แก่
D
เป็นถ่านไฟฉายขนาดใหญ่สุด ขนาดเส้น ผ่าศูนย์กลาง x ความสูง
คือ 33 x 60 mm.
C ที่เรียกว่า ขนาดกลาง
มีขนาด 25.8 x 50 mm.
AA ขนาดเล็ก มีขนาด
14.5 x 49.5 mm.
AAA ขนาดเล็กจิ๋ว
มีขนาด 10.5 x 43.7 mm.
ถ่านไฟฉายประเภทที่ชาร์จได้นั้น
ขนาดที่มีขายมากที่สุดในตลาดเมืองไทยคือขนาด AA และ AAA
โดย ขนาด AA เป็นขนาดที่หาได้ง่ายมากที่สุด
เพราะเป็นขนาดที่นิยมใช้ในกล้องดิจิตอลหลาย ๆ รุ่น
เครื่องเล่นแผ่น CD,เทป แบบพกพา
เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กต่าง ๆ แต่ในเครื่องเล่น MP3
นั้นนิยมขนาด AAA เป็นส่วนมาก ส่วนถ่านชาร์จขนาด D และ C
นั้นค่อนข้างจะหายากถึงยากมากเนื่องจากความนิยมใช้มีน้อยกว่ามาก
แต่ถ้าต้องการใช้ถ่านชาร์จขนาด D หรือ C สามารถใช้ตัวแปลง
(Adaptor) ที่เป็นหุ่นพลาสติกขนาดเท่าถ่าน D หรือ C
และใช้ถ่านขนาด AA สอดเข้าไปได้ ก็สามารถทดแทนกันได้
ประเภทของถ่านชาร์จ
ถ่านชาร์จแบบถ่านไฟฉายนั้น ปัจจุบันในท้องตลาด
จะมีชนิดของสารเคมีภายในตัวถ่านให้เลือกใช้ 2 ชนิด ด้วยกัน
ได้แก่ Ni-Cd และ Ni-MH ซึ่งเซลให้ค่าความต่างศักดิ์
เริ่มต้นที่ประมาณ 1.2 V เมื่อชาร์จเต็มที่ใหม่ ๆ อาจจะมี
ความจุถึง 1.4 V และจะลดลงมาคงที่ประมาณ 1.3 V
สามารถนำมาใช้แทนถ่านธรรมดาที่จุ 1.5 V ได้
Ni-Cd
(นิเกิล-แคดเมียม)นั้นเป็นถ่านชาร์จรุ่นแรก ๆ
ที่ริเริ่มนำมาใช้แทนถ่านธรรมดา ความจุ (กระแสไฟ
และความยาวนานในการให้พลังงานไฟฟ้า) เริ่มต้น ค่อนข้างต่ำ
ในการใช้งานถ่านประเภทนี้มีความจำเป็นที่
ควรต้องใช้งานให้ถ่านหมดไฟชนิดอ่อนแรงไปเลย
จนอุปกรณ์ไม่สามารถใช้ต่อได้ ก่อนที่จะนำไปชาร์จใหม่
เนื่องจากมีปัญหาที่เรียกว่า Memory Effect ซึ่งถ้าทำการ
ชาร์จถ่านขณะที่ถ่านยังไม่หมดไฟ ถ่านจะให้พลังงาน
ด้วยกระแสไฟ และความยาวนานเท่าการชาร์จครั้งหลังสุด
ที่ทำให้ถ่านเต็ม ถ้าชาร์จลักษณะดังกล่าวบ่อย ๆ
ก็จะพบว่าถ่านใช้งานได้สั้นลงแม้ว่าจะชาร์จนานจนมั่นใจว่า
ถ่านเต็มแล้วก็ตาม ถ่าน Ni-Cd นั้น ปัจจุบันความนิยมลดลง
มาก แต่ก็อาจจะยังพอมีขายอยู่ใน ท้องตลาดอยู่
ยังมี battery อีกประเภทหนึ่งที่เราจะคุ้น
ๆ กันคือ ลิเทียมไอออน (Li-Ion) อันนี้เป็น battery
ที่ถือว่า ดีกว่าทั้งสองอย่างที่กล่าวมาแล้ว มีน้ำหนักเบา
ไม่มีปัญหา memory effect
อัตราการคายประจุเองก็น้อยกว่ามาก
แต่เนื่องจากค่าความต่างศักดิ์เริ่มต้นของเซลไฟฟ้า
ประเภทนี้เริ่มที่ 3.6 V จึงไม่นิยมนำมาผลิตเป็นถ่านไฟฉาย
ซึ่งใช้ไฟ 1.5 V
Ni-MH (นิเกิล-เมททรัลไฮดราย)
เป็นถ่านชาร์จที่นิยม
ใช้กันในปัจจุบัน เนื่องจากปัญหา Memory Effect
ของถ่านชนิดนี้มีน้อยกว่าแบบ Ni-Cd มาก และสามารถ
ทำความจุของถ่านได้สูงกว่าแบบ Ni-Cd มาก แต่ข้อเสีย
อย่างหนึ่งของ Ni-MH คือจะมีน้ำหนักมากกว่าชนิด Ni-Cd
ซึ่งจุดนี้อาจเป็นจุดดีที่ทำให้ผู้ซื้อถ่านชาร์จประเภทนี้
แยกความแตกต่างระหว่าง Ni-Cd กับ Ni-MH ได้
ในกรณีที่ซื้อถ่านจากร้านจำหน่ายที่ไม่น่าไว้วางใจ
อาจนำถ่านปลอมมาจำหน่าย แม้สลากที่ตัวถ่านอ้างว่าเป็น
Ni-MH แต่ภายในเป็น Ni-Cd
สำหรับเนื้อหาในเรื่องของแบตเตอรี่มีเนื้อหาค่อนข้างมากเราจะมาต่อเนื้อหากันในฉบับหน้านะครับ
ที่มา MUCC
Newsletter พฤษภาคม 2549 |