| |

20
วิธียกระดับสุขภาพ
ข้อแนะนำ 20 อย่างสำหรับคนที่อยากจะมีสุขภาพดี
ถ้าหากว่าคุณสามารถปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้ได้อย่างสม่ำเสมอ
หนทางสู่สุขภาพที่ดีของคุณรออยู่อีกไม่ไกล
1. ต่อต้านมะเร็งเต้านมด้วยการรับประทาน broccoli ให้มาก ๆ
หน่อย เพราะในหน่อ broccori มีสารอาหารที่มีคุณค่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง sulforaphane
ซึ่งมีระสิทธิภาพสูงในการต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือ
antioxidant ก่อนหน้านี้ John Hopkins University
เคยศึกษาเอาไว้ว่า sulforaphan
สามารถลดความเสี่ยงของการพัฒนามะเร็งเต้านมในหนูทดลองได้ถึง
60% ดังนั้นการรับประทาน broccoli สดประมาณ 1 ounce
หรือประมาณ ½ ถ้วย จะทำให้คุณได้รับสารอาหาร sulforaphane
ประมาณ 73 มิลลิกรัม แต่ถ้ารับประทานสุก
ควรจะเพิ่มปริมาณเป็น 1 ¼ ถ้วย
เพื่อให้ได้สารอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณเท่ากัน
2.
พยายามใช้ถั่วเหลืองมาเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารแต่ละมื้อ
เพราะถั่วเหลืองนี้
ช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับทางเดินเส้นเลือดหัวใจ
และโรคหัวใจได้ ซึ่งถ้าหากว่าคุณต้องการจะลดปริมาณ
cholesterol ลง 11% ใน 6 สัปดาห์
ลองนำถั่วเหลืองมาปรุงอาหารให้เป็นประจำ
นอกจากมันจะทำให้คุณมีน้ำหนักเข้าที่เข้าทางแล้ว
มันยังช่วบลดความดันเลือดให้คุณได้ด้วย จากการศึกษาของ
Wake Fostest University ใน North Carolina r
ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้หญิงอายุระหว่าง 45 ถึง 60 ปี
จำนวน 43 คน พบว่า เพียงแป้งถั่วเหลืองในปริมาณ 2 ช้อนชา
ใส่ลงไปในอาหาร อย่างเช่น นมสด น้ำส้ม หรืออาหารธัญพืช
หรือ นมถั่วเหลืองวันละแก้ว หรือ เต้าหู้ประมาณ ½ ถ้วย
ก็จะทำให้คุณเห็นความแตกต่างของสุขภาพที่ดีขึ้นแล้ว
นอกจากถั่วเหลืองจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
และลดความดันเลือดแล้ว นายแพทย์ Gregory Burke จาก Public
Health Sciences ยังบอกอีกว่า
ถั่วเหลืองอาจจะช่วยป้องกันคุณจาก arteroilosclerosis
หรือมะเร็งได้ด้วย
3. รับประทาน folic acid
จะช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ได้ถึง 75%
ยิ่งไปกว่านั้น
เรายังได้ทราบกันมาอีกว่ากรดชนิดนี้ยังช่วยต่อต้านความผิดปกติในการให้กำเนิดทารก
และต่อต้าน homocysteine
ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจได้ด้วย เมื่อไม่นานมานี้
มีการศึกษาจาก Harvard พบอีกว่า ผู้หญิงที่บริโภค folic
acid มากกว่า 400 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลานานถึง 15 ปี
ความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้จะลดลงถึง 75%
ในขณะที่ผู้หญิงที่บริโภคสารอาหารดังกล่าว เป็นเวลานาน 5
ถึง 10 ปี ความเสี่ยงของโรคจะลดลง 20%
4. รับประทาน blueberries
เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดกับดวงตา
และทางเดินเส้นเลือดที่จะไปหล่อเลี้ยงหัวใจ ผล blueberries
ให้ทั้งวิตามิน E และวิตามิน C
รวมทั้งยังมีสรรพคุณในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
ป้องกันการอุดตันของเส้นเลือด Dr. Mary Ann Lila Smith จาก
University of Illinois บอกว่า
เธอและคณะนักวิจัยแนะนำให้รับประทานผล blueberries
เพื่อเพิ่มศักยภาพในการมองเห็นช่วงกลางคืน
อีกทั้งผลไม้ชนิดนี้
ยังช่วยชลอความเสื่อมของกล้ามเนื้อและเส้นเลือดที่จะไปหล่อเลี้ยงดวงตา
5. ก่อนรับประทานอาหารมื้อหนัก
ควรรับประทานซุปสักถ้วยหนึ่งก่อน เพราะจากการศึกษาของ
Baylor College of Madicine ใน Houston พบว่า ซุปร้อน ๆ
ก่อนที่จะรับประทานอาหารหลักของมื้ออย่างเช่น
สเต็กเนื้อชิ้นใหญ่
จะช่วยให้ท้องของเราไม่ทำงานหนักเกินไปในการย่อยอาหารที่ย่อยยาก
ๆ อย่างนั้น และที่สำคัญ มันทำให้น้ำหนักของคุณลดลงได้
โดยคณะนักวิจัยพบว่า
คนที่รับประทานซุปก่อนเริ่มอาหารจานหลักเป็นประจำนั้น
สามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้ถึง 13 pound
เมื่อเทียบกับการไม่เคยรับประทานซุปเพื่อเรียกน้ำย่อยเลยเป็นเวลาถึง
1 ปี
6. ระบายความเครียดลงกระดาษ ในแต่ละวัน พบความเครียด
พบปัญหาอะไรมาบ้าง ให้ใช้เวลาสักสองสามนาที
เขียนระบายลงในกระดาษ หรืออาจจะเขียนอีเมล ส่งไปให้เพื่อน
ๆ อ่านก็ได้ Dr. Pamela Peeke จาก University of Marryland
บอกว่า วิธีการดังกล่าว เป็นการลดความเครียด
และเมื่อความเครียดน้อยลง โรคภัยต่าง ๆ ก็ลดลงไปด้วย
เคยมีการศึกษาจาก University of New York พบว่า
ผู้ป่วยด้วยโรคหอบหืด และรูมาตอย จำนวน 47 คน จาก 100 คน
มีอาการดีขึ้น
หลังจากได้รับคำแนะนำให้ถ่ายเทความเครียดลงในกระดาษ
7. ทำตัวเองให้เป็นคนมีความสุขสนุกสนาน
เพื่อชีวิตที่ยาวขึ้น คุณอาจจะหาความสุขใส่ตัว
ด้วยการชื่นชมงานศิลปะ การดูหนัง ฟังเพลง
มันอาจจะทำให้คุณมีอายุยืนขึ้น เพราะจากการศึกษาคนจำนวน
12,000 คน ในสวีเดน พบว่า
คนที่หาความสุขใส่ตัวด้วยวิธีการข้างต้น
มีอายุยืนกว่าคนที่ชีวิตปราศจากกิจกรรมดังกล่าวถึง 36%
8. เปิดเครื่องเสียงฟัง เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย
นักวิจัยบอกว่า การฟังเพลงอย่างเช่นเพลง Jazz เบา ๆ
สักวันละครึ่งชั่วโมง
ช่วยกระตุ้นระบบการสร้างภูมิคุ้มกันโรคภัยต่าง ๆ
ให้กับร่างกายได้ เพราะจากการเก็บข้อมูลจากนักเรียนจำนวน
66 คน ใน Wilkes University พบว่า 14%
ของคนที่ฟังเพลงเป็นประจำ
ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น
ซึ่งนั่นเป็นผลมาจากการที่ร่างกายได้ผ่อนคลายด้วย
9. เล่นเกมส์ฝีกสมองอย่างเช่น puzzle บ้างเพื่อป้องกัน
alzheimer เกมส์ดังกล่าวนับว่าเป็นการบริหารสมอง
ช่วยชลอการเกิดโรคความจำเสื่อม โดย Dr.James Mortimer จาก
University of South Florida บอกว่า
มันเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ก็ในเมื่อร่ายการส่วนอื่น ๆ
ยังต้องการการออกกำลังกาย ทำไมสมองจึงไม่ต้องการล่ะ
10. แอบงีบระหว่างวันเพื่อจิตใจที่สดใสขึ้น
เพียงแค่เอนหลัง หลับตา ผ่อนคลายด้วยการงีบสักไม่กี่นาที
จะทำให้จิตใจสดใสขึ้น พร้อมที่จะรับรู้สิ่งใหม่
พร้อมต่อการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ กรณีนี้
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ใช้เวลาของการเบรคดื่มกาแฟ
นั่นแหละมางีบหลับ บางคนเห็นว่าแค่ 15 นาที นอนไม่พอ
ซึ่งนั่นไม่จริงเลย การงีบในเวลาเพียงแค่นั้น
ดีกว่าการนำคาเฟอีนเข้าไปทำร้ายร่างกายตั้งไม่รู้เท่าไหร่
11. หมุนเพื่อลดอาการเส้นตึงเส้นยึดต่าง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการหมุนคอ หมุนไหล่ หรืออาจจะนำลูกเทนนิสมา
คลึงแผ่นหลัง หรือจุดที่คุณรู้สึกปวดเมื่อย ถ้าอยู่คนเดียว
ก็ให้ไปยืนหันหลังให้กำแพง
เอาลูกเทนนิสมาไว้ตรงกลางระหว่างหลังคุณกับกำแพงแล้วก็เคลื่อนย้ายตัวไปมาตามจุดที่ปวดเมื่อยเหมือนเป็นการนวดตัวเอง
12. โยคะบ้างก็ดี อาจจะใช้เวลาสัก 3 ถึง 5 นาทีต่อวัน
ฝึกโยคะสักสองสามท่า
ลดความปวดเมื่อยแถมยังช่วยให้จิตใจสงบอีกด้วย
13. อย่าลืมสวมแว่นตากันแดด เวลาจะออกแดด
เพราะจากรายงานของ American Medical Association พบว่า
แว่นกันแดดนี้ ลดความเสี่ยงของต้อกระจกได้มากถึง 2 ใน 3
14. พยายามเดินเพื่อลดน้ำหนัก การเดินเป็นการช่วยเผาไหม้
calorie ในร่างกาย เพียงการเดินวันละ 10 นาที
ก็จะทำให้น้ำหนักเราลดไปได้ประมาณปีละ 5 pound
15. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ถึง 3
ครั้ง ครั้งละ 20 ถึง 30 นาที
อาจจะเลือกท่าออกกำลังสักสองสามท่า ทำสลับไปมา
ในแต่ละท่าอย่าลือพักสักประมาณ 15 วินาที
16. แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
เพื่อยืดอายุของตัวคุณเอง เพราะมีรายงานออกมาแล้วว่า
ในปากและฟันของเรามันมีแบคทีเรียมากมาย
การทำความสะอาดเป็นประจำป้องกันการเกิดโรคร้ายหลาย ๆ อย่าง
อีกทั้งยังมีการศึกษาจาก University of Illinois พบว่า
การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวันจะทำให้เรารู้สึกเป็นหนุ่มสาวกว่าความเป็นจริงถึง
6 ปี
17. ต่อต้านการเกิดโรคหวัดด้วยการบอกตัวคุณและลูก ๆ
ของคุณให้ล้างมือบ่อย ๆ อย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง
นอกจากนั้นยังลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคท้องร่วงได้อีกด้วย
18. เครื่องเทศรสเผ็ด ช่วยต่อต้านแคทีเรียที่อยู่ในอาหาร
ไม่ว่าจะเป็น กระเทียม ซีนามอน ออริกาโน
ใส่เครื่องเทศเหล่านี้เข้าไปในอาหารที่รับประทาน เช่น
เนื้อสัตว์ หรือแม้กระทั่งแฮมเบอร์เกอร์
จะช่วยต่อต้านแบคทีเรียบางชนิดที่มากับอาหาร
ซึ่งแบคทีเรียดังกล่าว อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อไตได้
19.
อย่าซื้อหายามารับประทานเองเพื่อแก้ไขปัญหาการเจ็บป่วยเรือรังบางอย่าง
เช่น ปวดท้องเป็นประจำ ปวดศีรษะ เป็นประจำ
เพราะอาจจะทำให้เกิดผลกระทบข้างเคียงที่รุนแรงได้ ดังนั้น
ทางที่ดีเมื่อมีอาการเจ็บป่วยควรพบแพทย์
20. ตรวจร่างกายและตรวจเลือดเป็นประจำ อย่างน้อยปีละครั้ง
เพื่อหาความผิดปกติ
และป้องกันการรุกลามของโรคร้ายแรงบางชนิดเสียแต่เนิ่น ๆ
ที่มา
นิว ยู นิวลุค |
|