เบาหวานกับสายตากับการบั่นทอนสุขภาพ ตอน 2

                จากตอนที่แล้วที่เรากล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง เบาหวานกับสายตากันไปแล้วอาการของเบาหวานในจอประสาทตา

                และในวันนี้เราจะมาแนะนำเพิ่มเติมจากครั้งก่อนเพราะที่มาของเบาหวานในจอประสาทตาอาจดำเนินโรคไปจนถึงขั้นรุนแรงโดยไม่แสดงอาการใด ๆ เลยก็ได้ หรืออาจมีอาการเช่น

                ตามัวเหตุเป็นจุด หรือเป็นเส้นลอยอยู่ในสายตา มองเห็นไม่ชัดเวลากลางคืน เมื่อไรจึงต้องไปพบแพทย์ ผู้ป่วยเบาหวานทุกคน ควรได้รับการตรวจตาโดยจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ หนึ่งครั้งถึงแม้ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ก็ตาม และถ้ามีอาการผิดปกติใด ๆ ควรพบจักษุแพทย์ทันที

                โรคเบาหวานในจอประสาทตา ถ้าถูกค้นพบและรักษาตั้งแต่ในระยะแรก จะสามารถป้องกันการดำเนินโรคไปจนถึงขั้นตาบอดได้ ดังนั้นการตรวจตาอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

การรักษาเบาหวานในจอประสาทตา

                1. การรักษาโดยทั่วไป โดยการควบคุมระดับน้ำตาล ความดันโลหิตระดับไขมันในเลือด เป็นการยืดเวลาและลดความรุนแรงของเบาหวานในจอประสาทตาได้บ้าง
                2.รักษาด้วยแสงเลเซอร์ แสงเลเซอร์สามารถนำมาใช้รักษาเบาหวานขึ้นจอประสาทตาในทุกๆระยะดังนี้
                ในระยะที่1 เมื่อจุดศูนย์กลางของจอรับภาพบวม การใช้แสงเลเซอร์ต่อจอประสาทตาที่ขาดเลือดมาเลี้ยงจะช่วยยับยั้งการสร้างเส้นเลือดฝอยที่ผิดปกติ
                ในระยะที่2 ใช้แสงเลเซอร์ต่อเส้นเลือดฝอยที่เกิดใหม่ ลดปริมาณเส้นเลือดฝอยที่เกิดใหม่ ป้องกันการแตก และการเจริญของเส้นเลือดฝอยผิดปกติเข้าไปในน้ำวุ้นลูกตา เป็นการลดโอกาสการเกิดตาบอดได้
                3. การักษาด้วยการผ่าตัดปัจจุบันมีการใช้อุปกรณ์ผ่าตัดสมัยใหม่เพื่อใช้ผ่าตัดในรายที่มีเลือดออกมาในน้ำวุ้นลูกตาหรือในรายที่มีเยื่อพังผืดที่อาจดึงรั้งให้จอประสามตาหลุด ทำให้สามารถรักษาสายตาไว้ได้

                ถึงแม้ว่าปัญหานี้ จะเป็นอาการเพียงเล็กน้อยก็ยังดีกว่าปล่อยให้บอดไป

 

ที่มา http://www.thaihealth.or.th/