อดอาหารเช้า เสี่ยงโรคอ้วน

                ดร.สิติมา จิตตินันทน์ นักวิชาการจากสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุในรายงานการทบทวนองค์ความรู้ทางวิชาการด้านอาหารและน้ำ : ปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนไทย ในประเด็นอาหารเช้ากับสุขภาพว่า

                วิถีชีวิตของคนเมืองในปัจจุบัน ใช้เวลาอย่างเร่งรีบเพื่อออกจากบัานไปปฏิบัติภารกิจ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่ละเลยอาหารมื้อเช้า ซึ่งถือเป็นมื้อสำคัญที่สุดของวัน เพราะเมื่อร่างกายอดอาหารประมาณ 10-12 ชั่วโมง นับจากอาหารมื้อเย็น จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ หากงดอาหารเช้าจะทำให้มีแนวโน้มการรับประทานอาหารที่มีพลังงานและไขมันสูงในมื้อเที่ยงซึ่งทำให้น้ำหนักเกินและโรคอ้วน

                ดร.สิติมากล่าวว่า ผลการศึกษาในกลุ่มหญิงอเมริกันผิวขาวและผิวดำ อายุ 9-19 ปี โดย Affenito และคณะ ในปี 2548 แสดงให้เห็นว่าการกินอาหารเช้าเป็นประจำ รวมทั้งนิสัยการกินอาหารแต่ละมื้ออย่างพอดี ไม่งดหรือไม่กินมากเกินไป และเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อสุขภาพ ประกอบกับการออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานต่อวันในปริมาณใกล้เคียงกันทุกวัน เหล่านี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ Body Mass Index (BMI) ของหญิงที่กินอาหารเช้าเป็นประจำมีค่าน้อยกว่าของผู้ที่ละเลยอาหารเช้า

                "อาหารเช้าที่เหมาะสม ควรมีพลังงานและสารอาหารอย่างน้อย 1 ใน 4 หรือร้อยละ 25 ของปริมาณที่ควรได้รับตลอดวัน ส่วนการกระจายของพลังงานในมื้อกลางวันและมื้อเย็น ควรอยู่ที่ร้อยละ 35 และ 30 ตามลำดับ และที่เหลือเป็นพลังงานจากอาหารว่างอีกร้อยละ 10" ดร.สิติมากล่าว

ที่มา www.mcot.net