|



ศึกษาธรรมผิดเหมือนจับงูพิษที่หาง
(ธรรมรักษา)
พระพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน
เมืองสาวัตถี ได้ตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า
"ภิกษุทั้งหลาย!
บุรุษเปล่าบางพวกในธรรมวินัยนี้
ย่อมเล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ (พระสูตร) เคยยะ
(คำร้อยกรอง) เวยยากรณะ (คำร้อยแก้ว) คาถา (คำฉันท์)
อุทาน (การเปล่งคำพูดด้วยความเบิกบานใจ)
อิติวุตตกะ (การยกหัวข้อธรรมขึ้นอธิบายแล้วสรุป)
ชาดก (อดีตชาติของพระพุทธเจ้า) อัพภูธรรม (ธรรมที่น่าอัศจรรย์)
เวทัลละ (การถาม-ตอบ)
บุรุษเปล่าเหล่านั้น
เล่าเรียนธรรมนั้นแล้ว
ย่อมไม่ไตร่ตรองเนื้อความแห่งธรรมนั้นด้วยปัญญา
ธรรมเหล่านั้น
ย่อมไม่สมควรแก่บุรุษเปล่าเหล่านั้น
เขาเหล่านั้นย่อมเป็นผู้ข่มผู้อื่น โอ้อวด
ยกตัวเหตุเพราะเรียนธรรมเหล่านั้นไม่ดี
จึงไม่เป็นประโยชน์
แต่เป็นไปเพื่อทุกข์สิ้นกาลนาน เพราะเหตุไร?
ภิกษุทั้งหลาย!
เหมือนบุคคลต้องการหางูพิษ
เที่ยวเสาะหางูพิษอยู่ เขาพบงูพิษตัวใหญ่
แล้วเข้าจับที่หางของมัน
งูพิษได้แว้งกัดบุคคลนั้นถึงตาย
หรือทุกข์ปางตาย ข้อนั้นเพราะเหตุใด?
ภิกษุทั้งหลาย!
การเล่าเรียนธรรมเหล่านั้น
ด้วยการไม่ไตร่ตรองด้วยปัญญา
ธรรมเหล่านั้นย่อมก่อให้เกิดทุกข์
เหมือนจับงูพิษที่หาง ฉะนั้น"
อลคัททูปมสูตร ๑๒/๒๑๗
พระพุทธศาสนา มีหลักคำสอนที่กว้างขวางมาก
จนทำให้บางคนท้อใจ ในการศึกษาและปฏิบัติ
แต่ถ้าเรารู้วิธีแล้ว
มันก็จะเห็นว่าไม่มากหรือลำบาก
ไม่ว่าในการศึกษาหรือปฏิบัติ
แม้แต่ของใช้บางอย่างที่เป็นวัตถุ
ทั้ง ๆ ที่เห็นเขาใช้กันอยู่
บางคนก็ยังใช้ไม่เป็น เกิดอันตรายก็มีอยู่เสมอ
แต่ถ้าเราศึกษาวิธีใช้ให้ถูกต้อง
ก็จะมีแต่คุณไม่มีโทษ
หลักคำสอนของพระพุทธเจ้าก็เช่นเดียวกัน
ถ้าเรารู้หลักว่าธรรมะข้อไหนควรใช้ก่อน
ข้อไหนควรใช้หลัง มันก็จะมีแต่คุณไม่มีโทษ
แต่ถ้าเราปฏิบัติไม่ถูกวิธี
มันก็อาจเกิดโทษได้
และที่เกิดโทษนั้นก็มิใช่ว่า ธรรมะให้โทษ
แต่เป็นโทษที่เราใช้ไม่ถูกเอง เช่น
รู้ธรรมะแล้ว ก็เที่ยวคุยทับถม ดูหมิ่นคนอื่น
รังเกียจคนอื่น เอาเปรียบคนอื่น เป็นต้น
 |