|




ตรวจสอบคุณสมบัติชาวพุทธ ก่อนพุทธศาสนาเสื่อม
ก่อนพุทธปรินิพาน
๓ เดือน
พระพุทธองค์ได้ทรงรับอาราธนาของมารให้ปรินิพพาน
เพราะมารมาทวงว่า
พระองค์ได้เคยตรัสไว้ในการมาอารธนาของมารในครั้งก่อนว่า
เมื่อพุทธบริษัททั้ง ๔ มีคุณสมบัติครบ ๓
ประการ
อันเป็นหลักประกันความมั่งคงของพระพุทธศาสนาแล้วพระพุทธองค์จึงจะปรินิพพาน
เมื่อพระองค์ทรงพิจารณาแล้วเห็นว่าเวลานั้นพุทธบริษัท
๔ มีคุณสมบัติครบทั้ง ๓ ประการแล้ว
พระองค์จึงได้ทรงรับอาราธนาของมาร
และได้ตรัสวาจาที่เรียกว่า
ปลงพระชนมายุสังขารว่าต่อจากนั้น ๓ เดือน
จะปรินิพพาน
มารในที่นี้จะเป็นขันธมาร
หรือเทวบุตรมาร
ไม่ใช่ข้อสำคัญที่จะกล่าวในที่นี้
แต่ข้อสำคัญอยู่ที่เงื่อนไขในการรับอาราธนาของมาร
ตามที่ได้ตรัสไว้ในมหาปรินิพพานสูตรว่า
พุทธบริษัททั้ง ๔ ขอให้สังเกตุว่า
พระองค์ไม่ได้ตรัสเฉพาะภิกษุ
พระองค์ตรัสรวมหมด ทั้งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก
อุบาสิกา ว่าทั้ง ๔ บริษัท มีคุณสมบัติครบ ๓
ประการนี้แล้ว พระองค์จึงจะปรินิพพาน
คือวางพระทัยได้ว่าพุทธศาสนามีความเจริญมั่นคงพอ
โดยพุทธบริษัท ๔
มีคุณสมบัติที่จะรักษาพระพุทธศาสนาได้
ประการที่ ๑
พุทธบริษัททั้ง ๔
เป็นผู้รู้ในหลักธรรมคำสอนของพระองค์ เข้าใจ
และปฏิบัติได้ถูกต้อง
ประการที่ ๒
มีจิตเมตตา และมีความสามารถ
ที่จะแนะนำให้ความรู้ในธรรมแก่ผู้อื่นได้
ประการที่ ๓
สามารถรักษาหลักการของพระพุทธศาสนา
ชี้แจงแก่ผู้ที่มาพูดกล่าวร้าย
หรือมีการเผยแพร่คำสอนที่ผิด
เอาคำสอนนอกพระศาสนามาใส่ในพระพุทธศาสนา
หรือใส่ในพระโอษฐ์ ทำให้พระวินัยคลาดเคลื่อน
ก็สามารถแก้ไขความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
หรือที่เรียกว่า กำราบปรัปวาทได้
ถ้าชาวพุทธทุกคนมีคุณสมบัติครบทั้งหมดนี้
ก็จะสามารถรักษาพระพุทธศาสนาไว้ได้แน่นอน
แต่เมื่อใดพระสงฆ์เองก็ไม่มีความรู้
และการปฏิบัติคลาดเคลื่อน
หรือพระเองก็ไม่มีคุณสมบัติ
และฝ่ายชาวบ้านก็เอาพระพุทธศาสนามาฝากไว้กับพระสงฆ์ฝ่ายเดียว
พระพุทธศาสนาก็จะค่อย ๆ เสื่อมไป
 |